เรียนต่ออเมริกา ปริญญาโทอเมริกา


Master's Degree in USA
ปริญญาโทที่อเมริกา

ระบบการศึกษาของ  สหรัฐอเมริกา มีหลาย คณะ สาขาวิชาให้นักศึกษาชาวต่างชาติเลือก นักศึกษาจะต้องตัดสินใจเลือกตั้งแต่ประเภทของ สถาบัน หลักสูตรวิชาเรียน และ สถานที่ตั้งของสถาบัน ซึ่งมีตัวเลือกให้เลือกอย่างมากมาย เพราะ อเมริกา ประกอบด้วย 50 รัฐ ที่มีสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียน  ที่มีชื่อเสียง ในระดับโลก   จำนวนมากกว่า +2000 แห่ง

เรียนปริญญาโทอเมริกา

ปริญญาโทอเมริกา

ระดับ GRADUATE Degree    

 สหรัฐอเมริกา จะเรียกการศึกษาระดับปริญญาโทว่า Graduate program การเรียนต่อระดับปริญญาโท จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้ในบางมหาวิทยาลัย อาจรับพิจารณาประสบการณ์การทำงาน เทียบเท่าวุฒิปริญญาตรี ในการสมัครเรียนปริญญาโทที่อเมริกา

▸ นอกเหนือจากวุฒิปริญญาตรี และ ผลคะแนนภาษาอังกฤษแล้ว มหาวิทยาลัยของอเมริกา โดยส่วนใหญ่จะขอให้นักศึกษายื่นใบแสดงผลสอบ GRE (graduate record examination) พร้อมกับใบสมัคร
▸ นักศึกษาต้องยื่น ใบแสดงผลสอบตามที่สาขาวิชา ที่นักศึกษาได้เลือกไว้
▸ ตัวอย่าง เช่น สาขาวิชากฎหมายต้องยื่นผลสอบ LSAT สาขาวิชาธุรกิจต้องยื่นผลสอบ GRE หรือ GMAT และ สำหรับสาขาวิชาแพทย์ต้องยื่นผลสอบ MCAT เป็นต้น

ระยะเวลาหลักสูตรของอเมริกา
▸ 
นักศึกษาโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ปีในการศึกษาในระดับปริญญาโท
▸ ตัวอย่างเช่น สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือ MBA (Master of Business Administration) ซึ่งเป็นสาขาที่มีนักศึกษาเลือกมากที่สุด จะใช้เวลาประมาณ  2 ปี  

▸ สำหรับสาขาวิชาอื่นในระดับปริญญาโท เช่น สาขา วิชาวารสารศาสตร์ จะใช้เวลาเพียง 1 ปี เท่านั้น
▸ การศึกษาในระดับปริญญาโทส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนในห้องเรียน และ นักศึกษาจะต้องทำการวิจัยค้นคว้า Thesis หรือ Project เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ก่อนจบการศึกษา 

ระยะเวลาในการสมัครของอเมริกา
▸ 
การสมัครเรียนปริญญาโทที่อเมริกา ใช้เวลาค่อนข้างนาน
▸ นักศึกษาต้องตรวจดู APPLICATION DEADLINE ของมหาวิทยาลัยที่จะสมัครเรียนล่วงหน้า 1 ปี เพื่อวางแผนการสอบ และส่งเอกสารที่ได้รับการรับรอง ไปยัง มหาวิทยาลัย ปลายทางให้ทันเวลา

ปีการศึกษาของอเมริกา

ปฏิทินการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเริ่มใน เดือนสิงหาคม หรือ เดือนกันยายน และดำเนินการเรียนการสอนต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม หรือ เดือนมิถุนายน
▸Fall Term :        สิงหาคม  – มกราคม
▸Spring Term:    มกราคม –  มิถุนายน

นักศึกษาใหม่ส่วนมากจะเริ่มต้นการศึกษาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Fall Term) ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติในการเริ่มต้น เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้น นักศึกษาทุกคนกำลังเริ่มต้นการศึกษาใหม่เหมือนกันหมด และกำลังปรับตัวให้เข้ากับชีวิตการเรียน และเพื่อนๆ หนึ่งปีการศึกษาของมหาวิทยาลัย
และวิทยาลัยส่วนใหญ่ประกอบด้วยสองเทอม เรียกว่าระบบ Semesters (สถาบันบางแห่งมีสามเทอมต่อหนึ่งปีการศึกษาซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าระบบ trimester) นอกจากนี้ บางแห่งได้รวมการเรียนการสอนภาคฤดูร้อนที่เป็นหลักสูตรวิชาเลือกไว้ด้วยกันจึงแบ่งหนึ่งปีการศึกษาออกเป็นสี่เทอม จะพบได้ใน community college บางแห่ง

ค่าเล่าเรียนของอเมริกา 
▸ค่าเล่าเรียนต่อปีที่อเมริกา มีความแตกต่างกันอย่างมาก วิทยาลัยของรัฐบาล หรือ วิทยาลัยชุมชน จะมีค่าเล่าเรียนค่อนข้างต่ำ เพราะได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล 
▸ในขณะที่มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเอกชน จะมีค่าเล่าเรียนสูงกว่ามาก ทั้งนี้ ค่าเล่าเรียนในแต่ละรัฐ ก็แตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย

เรียนและทำงานระหว่างเรียนที่อเมริกา

▸ การทำงานในสถานศึกษา (work on campus) นักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ ในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยหรือโรงเรียนที่เราเรียนได้ ในตำแหน่งต่างๆที่เปิดรับ โดยจะมีกำหนด ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อ สัปดาห์ โดยจะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมงตามกฎหมายของแต่ละรัฐนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำงานในหอพักของมหาวิยาลัยที่เราเรียนซึ่ง มหาวิทยาลัยนี้อยู่ใน รัฐฟลอริดา เราก็จะได้ค่าจ้างขั้นต่ำ $8.56/ชั่วโมง โดยสามารถทำงานได้ทั้งหมด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

▸ การทำงานนอกสถานศึกษาแบบ OPT (work off campus - OPT)  การทำงานนอกสถานศึกษาประเภท OPT (Optional Practical Training) หรือเรียกง่ายๆว่าการฝึกงานนั่นเอง OPT เป็นโปรแกรมที่เกิดขึ้นเพื่อให้นักเรียน หรือนักศึกษานั้น สามารถฝึกงานได้หลังจากเรียนจบ เช่น หลังจาก เราเรียนจบ อนุปริญญา ปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท ที่สหรัฐอเมริกา เราสามารถยื่นเรื่องของฝึกงานได้ เป็นเวลาประมาณ 10 เดือน โดย การฝึกงานนั้น จะเป็นแบบ อาสาสมัครไม่มีค่าจ้าง หรือแบบมีค่าจ้างก็ได้

▸  การทำงานนอกสถานศึกษาแบบ CPT (work off campus - CPT)  การทำงานนอกสถานศึกษาประเภท CPT (Curricular Practical Training) หรือการฝึกงานในขณะที่กำลังศึกษาอยู่นั่นเอง โดย CPT จะเป็นการทำงานโดยมีข้อกำหนดและขั้นตอนการขอคล้ายๆกับ OPT เพียงแต่จะแบ่งออกเป็น Full Time (มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) หรือ Part Time (น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) โดยสามารถเป็นงานที่ได้รับ หรือไม่ได้รับค่าจ้างก็ได้ โดยถ้าเราเลือก Full Time CPT เราจะไม่สามารถ ใช้สิทธิ์ฝึกงานหลังจบการศึกษา หรือ OPT ได้ แต่ถ้าเราเลือก Part Time หรือ น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรายังสามารถที่จะใช้สิทธิ OPT ได้หลังจบการศึกษา

การทำงานหลังจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอเมริกา
▸ 
นักศึกษาสามารถยื่นขอ work visa หลังเรียนจบ โดยต้องมีนายจ้าง sponsor และเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ประเภทของมหาวิทยาลัย อเมริกา

1. มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยรัฐบาล ได้รับเงินสนับสนุนและบริหารโดยรัฐบาลของรัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่น ทุกหนึ่งของห้าสิบรัฐอย่างน้อยจะต้องมีมหาวิทยาลัยแห่งรัฐหนึ่งแห่งและวิทยาลัยอีกสองสามแห่งด้วยกัน และมหาวิยาลัยเหล่านี้จะถูกตั้งชื่อตามชื่อของรัฐนั้น ๆ หรือมีคำว่า “State” อยู่ในชื่อด้วย ตัวอย่างเช่น Washington State University และ the University of Michigan
2.  มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเอกชน บริหารโดยองค์กรเอกชน มีค่าเล่าเรียนที่สูงกว่าและมีขนาดเล็กกว่ามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐบาล มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทั้งหมดเป็นของเอกชน ซึ่งสถาบันเหล่านี้เกือบทุกแห่งยอมรับนักศึกษาที่นับถือศาสนาอื่นเข้าเรียน และยังมีหลายสถาบันที่ยอมรับเฉพาะนักศึกษาที่นับถือศาสนาเดียวกันกับสถาบันเข้าเรียน
3.  มหาวิทยาลัยชุมชน คือวิทยาลัยชุมชนสองปีที่นักศึกษาจะได้รับอนุปริญญาเมื่อสำเร็จการศึกษา และสามารถโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อได้ อีกทั้งมีหลักสูตรประกาศนียบัตรด้วย หลักสูตรอนุปริญญาถูกแยกออกเป็นสองประเภทใหญ่ คือ หลักสูตรทางวิชาการที่สามารถโอนย้ายหน่วยกิตได้ และหลักสูตรประกาศนียบัตรที่เตรียมความพร้อมทางอาชีพให้กับนักศึกษา
▸ หลักสูตรวิชาที่สามารถโอนย้ายได้ คือ หลักสูตรวิชา Associate of arts และหลักสูตรวิชา Associate of science และหลักสูตรวิชาที่ไม่สามารถโอนย้ายได้ คือ หลักสูตรวิชา associate of applied science degrees และหลักสูตรประกาศนียบัตร นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนส่วนใหญ่จะทำการโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยสี่ปีเพื่อให้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากนักศึกษาสามารถใช้หน่วยกิตที่ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยชุมชนได้ ดังนั้นนักศึกษาจึงใช้เวลาอีกสองปีหรือมากกว่าในการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ วิทยาลัยชุมชนหลายแห่งเปิดสอนหลักสูตรติวเข้มภาษาอังกฤษ หรือ ESLเพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ถ้านักศึกษาไม่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าอนุปริญญา นักศึกษาควรทำการตรวจสอบภายในประเทศของตนว่านักศึกษาสามารถใช้วุฒิอนุปริญญาสมัครงานได้หรือไม่
4. สถาบันเทคโนโลยี ใช้เวลาอย่างน้อยสี่ปีในการทำการศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บางแห่งเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท และบางแห่งเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น


*ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากจาก  
www.studyusa.com 

  Dream Abroad
โทร 061 4324575 

 Line  : Dreamabroad 

ติดต่อเรา





สอบถามข้อมูล

061-432-4575

ทักไลน์มา หรือ คลิกด้านล่าง เพื่อกรอกรายละเอียดให้เราติดต่อกลับ
กรอกรายละเอียด